
กสทช. เตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคม
16 เมษายน 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
กสทช. เตรียมประมูลจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ช่วงปลายปี 2569 – ต้นปี 2570 โดยมัดรวมย่าน 2100 MHz ที่หมดอายุและ 3500 MHz ที่ภาคเอกชนต้องการ
-
เป้าหมายคือเสริมความแข็งแกร่งโครงข่ายโทรคมนาคมไทย กระตุ้นการแข่งขันและการลงทุน รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น 5G และนวัตกรรมดิจิทัล
-
SMEs และภาคธุรกิจจะได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตที่เร็วและเสถียรมากขึ้น ลดต้นทุน ใช้คลาวด์และเครื่องมือดิจิทัลได้เต็มที่ เปิดโอกาสใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
กสทช. เดินหน้าจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ เตรียมประมูล ปลายปี 2569 - ต้นปี 2570 มัดรวมย่าน 2100 MHz ที่หมดอายุและ 3500 MHz ที่ภาคเอกชนเรียกร้อง หวังหนุนโครงข่ายโทรคมนาคมไทยให้แข็งแกร่ง เปิดประตูสู่การแข่งขันและพัฒนาเทคโนโลยี ดันศักยภาพ SMEs และภาคธุรกิจให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดดิจิทัล ตอบรับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เผยความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเตรียมนำคลื่นความถี่ชุดใหม่มาประมูลอีกครั้ง เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ได้เปิดเผยถึงการปรับปรุงโรดแม็พคลื่นความถี่และการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูล ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ไปจนถึงไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2570
แผนการประมูลครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากจะมีการ "มัดรวมทุกคลื่น" ให้ผู้ประกอบการได้เลือกสรร ครอบคลุมตั้งแต่คลื่นย่าน 2100 MHz ที่กำลังจะหมดอายุลง ไปจนถึงย่าน 3500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่มีการเรียกร้องอย่างมากจากภาคเอกชน ด้วยศักยภาพในการรองรับเทคโนโลยีและบริการขั้นสูง การนำคลื่นความถี่เหล่านี้มาจัดสรรใหม่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ กสทช. ที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันนวัตกรรมระดับโลก
การเคลื่อนไหวของ กสทช. ในครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างมหาศาล ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในภาพรวม การมีคลื่นความถี่ที่หลากหลายและเพียงพอต่อการใช้งาน จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการท้องถิ่น แม้ข่าวนี้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การมีคลื่นความถี่ใหม่เพิ่มขึ้นและการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล อินเทอร์เน็ตที่เร็วและเสถียรขึ้นจะช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งและเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคที่ธุรกิจพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ SMEs ที่อยู่ในภาคธุรกิจเทคโนโลยี ผู้ให้บริการโซลูชั่นดิจิทัล ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน หรือแม้แต่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ จะได้รับโอกาสจากการขยายตัวของระบบนิเวศดิจิทัลหลังจากการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ความต้องการคลื่น 3500 MHz จากภาคเอกชนยังแสดงถึงแนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น 5G ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งอาจสร้างงานและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมของ กสทช. จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าจับตามองสำหรับอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย






