
ทำความรู้จักกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 22
22 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ประเด็นสำคัญ
1. ประสบการณ์และพื้นฐานความรู้สูง มีประสบการณ์ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์ กฎหมาย และการเงิน รวมถึงรากฐานครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจ-ราชการ
2. ภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง การบริโภคชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก พร้อมใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่น
3. นโยบายหลักแก้หนี้ครัวเรือน 3 เสาหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โต, ลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยลดภาระลูกหนี้ และมาตรการเสริมเช่นพักชำระหนี้และรีไฟแนนซ์
4. ส่งเสริมการเงินรวมถึง FinTech และความรู้ทางการเงิน ผลักดันการใช้เทคโนโลยีทางการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการทางการเงิน พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินในประชาชน
5. ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากภาคเอกชนและตลาดทุน ผู้ประกอบการ SMEs เห็นว่ามีความเข้าใจปัญหา และนักลงทุนคาดหวังเสถียรภาพและการฟื้นตัวเศรษฐกิจภายใต้การนำของเขา
มติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 22
กรุงเทพฯ – 21 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 22 โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 แทน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง เนื่องจาก นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ อ้างถึงเรื่องเดิมที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ (29 กรกฎาคม 2563 ) เห็นชอบแต่งตั้ง นายเศรษฐพุฒิสุทธิวาทนฤพุฒิ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายเศรษฐพุฒิ ฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2563
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตร ได้ให้ความเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเสนอแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ
ดังนั้น จึงเห็นควร เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอ ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ - สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เส้นทางของผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่
นายวิทัยไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับวงการการเงินไทย เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมถึงมีประสบการณ์ในภาคเอกชนทั้งในสายการบินและกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ความหลากหลายของบทบาทที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นผู้บริหารที่เข้าใจทั้งกลไกของรัฐและความต้องการของภาคธุรกิจ
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นของนายวิทัยคือโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และการให้โอกาสใหม่แก่ผู้ที่มีความตั้งใจจะชำระหนี้อย่างจริงจัง แนวคิดนี้สะท้อนถึงความเข้าใจในปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย และความตั้งใจที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างความเป็นธรรมและโอกาสให้กับประชาชน
การเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง นายวิทัยจะต้องเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การชะลอตัวของการบริโภค และความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
เสียงตอบรับจากภาคเอกชนต่อการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปในทางบวก หลายฝ่ายมองว่านายวิทัยมีความเข้าใจในปัญหาของ SMEs และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักถูกละเลยในนโยบายการเงินแบบดั้งเดิม ความคาดหวังจึงอยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และการใช้เทคโนโลยีทางการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ในอนาคต เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เน้นการประสานระหว่างนโยบายการเงินและการคลังมากขึ้น การปรับอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ใช่เครื่องมือเดียวในการบริหารเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่จะมีการใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างระบบการเงินที่ครอบคลุมและยั่งยืน การเดินทางของนายวิทัยในบทบาทใหม่จึงไม่ใช่เพียงการบริหารนโยบายการเงิน แต่เป็นการนำพาเศรษฐกิจไทยไปสู่ความมั่นคงและเท่าเทียมในระยะยาว
แต่หากมองลึกลงไปกว่านั้น การมาถึงตำแหน่งนี้ของนายวิทัย ไม่ได้เป็นเพียงผลจากความสามารถส่วนตัวเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงรากฐานที่มั่นคงจากครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงราชการและเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน
ในอนาคต เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เน้นการประสานระหว่างนโยบายการเงินและการคลังมากขึ้น... แต่เป็นการนำพาเศรษฐกิจไทยไปสู่ความมั่นคงและเท่าเทียมในระยะยาว
รากฐานจากครอบครัว: ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
นายวิทัยเติบโตมาในครอบครัวที่มีความผูกพันกับการรับราชการและการบริหารเศรษฐกิจระดับชาติ บิดาของเขา นายโสภณ รัตนากร เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ขณะที่มารดา นางศิริลักษณ์ รัตนากร เป็นผู้จัดการหญิงคนแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การเติบโตในครอบครัวที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องกฎหมายและเศรษฐกิจ ทำให้นายวิทัยซึมซับแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ความเป็นธรรม และการบริหารจัดการอย่างมีหลักการตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินงานของเขาในทุกบทบาทที่ผ่านมา
- บิดา ศาสตราจารย์พิเศษ โสภณ รัตนากร (25 เมษายน พ.ศ. 2474 – 30 กันยายน พ.ศ. 2561) อดีตประธานศาลฎีกา คนที่ 26 อดีตประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 11, กฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและอาญา) อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตที่ปรึกษาในศาลฎีกา
- มารดา นางศิริลักษณ์ รัตนากร เป็นผู้จัดการหญิงคนแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จากธนาคารรัฐสู่ธนาคารชาติ: เส้นทางที่ไม่ธรรมดา
นายวิทัยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในภาคเอกชน โดยเริ่มทำงานในบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียง ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์ที่มีค่าในด้านการบริหารจัดการ การเงิน และการบริการลูกค้า ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าสู่ภาครัฐ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวิตการทำงานของเขา
เมื่อเขาเข้าสู่ภาครัฐ นายวิทัยได้มีบทบาทสำคัญในหลายองค์กรที่มีชื่อเสียง เช่น ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นธนาคารที่มีภารกิจในการส่งเสริมการออมและการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลและบริหารจัดการเงินบำนาญของข้าราชการ เพื่อให้มั่นใจว่าข้าราชการจะมีความมั่นคงทางการเงินในช่วงเกษียณอายุ
อีกหนึ่งองค์กรที่นายวิทัยมีบทบาทสำคัญคือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายในการให้บริการทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักการอิสลาม โดยเขาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้
โดยเฉพาะในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายวิทัยได้ผลักดันให้ธนาคารเป็น “Social Bank” ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนและ SMEs (Small and Medium Enterprises) อย่างแท้จริง เขาได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
การดำเนินงานของนายวิทัยในฐานะผู้นำของธนาคารออมสินไม่เพียงแต่ช่วยให้ธนาคารเติบโตและประสบความสำเร็จในด้านการเงิน แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยการส่งเสริมการออมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประชาชนในระดับฐานราก ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง
ไม่ใช่เพียงการบริหารสินทรัพย์ แต่เป็นการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ที่เปราะบางในระบบเศรษฐกิจไทย - นายวิทัย รัตนากร ในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

วิสัยทัศน์และแนวทางการทำงาน
นายวิทัยมีแนวคิดที่เน้นความเป็นธรรมทางการเงินและการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือแม้แต่กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
ในฐานะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายวิทัยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายที่สามารถส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียมกัน โดยเขาอาจผลักดันนโยบายที่เน้นการประสานระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบการเงินที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นโยบายที่ผู้ว่าอาจพิจารณา ได้แก่ การสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์ม FinTech ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ให้บริการทางการเงินกับผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการทางการเงินของประชาชน และการพัฒนานโยบายที่สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ประกอบการรายย่อยที่อาจไม่มีประวัติการเงินที่ชัดเจน
นอกจากนี้ นายวิทัยยังอาจมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเงินในประชาชน โดยการจัดกิจกรรมการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้บริการทางการเงินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ด้วยแนวคิดเหล่านี้ นายวิทัยจึงมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมกัน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
- การปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ
- การสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs
- การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านมาตรการเชิงรุก
- การส่งเสริมการเงินดิจิทัลและการกำกับดูแลระบบใหม่ ๆ
1. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต
นายวิทัยเชื่อว่า “หนี้” ไม่ใช่ศัตรู หากจัดการเป็น และการแก้หนี้ที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการทำให้เศรษฐกิจเติบโต เมื่อรายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น ความสามารถในการชำระหนี้ก็จะเพิ่มตามไปด้วย
“Nominal GDP โต 4.5% เป็นไปได้ หากเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 1–3% และเศรษฐกิจโตได้ 2.5% ภายใน 2–3 ปี สัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะลดลงต่ำกว่า 80%”
2. ลดดอกเบี้ยเงินกู้
การลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถตัดเงินต้นได้มากขึ้น แม้จะจ่ายเท่าเดิม ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และทำให้หลุดพ้นจากวังวนหนี้ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหนี้บ้านและหนี้บัตรเครดิต
“หนี้บ้านดอกเบี้ยต่ำสุด ส่วนหนี้บัตรเครดิตแพงสุด ถ้าไม่จำเป็น อย่าแตะเด็ดขาด”
3. มาตรการเสริมเพื่อบรรเทาภาระ
นายวิทัยเสนอให้มีมาตรการเสริมที่หลากหลาย เช่น:
- พักชำระหนี้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง
- รีไฟแนนซ์ ทุก 3 ปี เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง
- เพิ่มยอดผ่อนรายเดือน และ ตัดเงินต้นจากรายได้พิเศษ เช่น โบนัสหรือเงินคืนภาษี
นอกจากนี้ ยังเน้นการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อให้รู้จักเลือกเป็นหนี้อย่างมีเป้าหมาย และรู้จักออมเงินอย่างมีวินัย
เสียงสะท้อนจากภาคเอกชน
การแต่งตั้งนายวิทัยได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีส่วนในการสร้างงานและกระจายรายได้ในชุมชนต่าง ๆ นายวิทัยได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ซึ่งรวมถึงปัญหาความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำกัด และความท้าทายในการแข่งขันในตลาดโลก
กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กมองว่าแนวทางการทำงานของนายวิทัยมีความสอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในเรื่องของการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาทักษะและความสามารถของแรงงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ตลาดทุนเองก็แสดงความเชื่อมั่นต่อการแต่งตั้งครั้งนี้ โดยมีการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลังจากมีข่าวการแต่งตั้งนายวิทัย ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังของนักลงทุนต่อเสถียรภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป นักลงทุนมีความหวังว่าแนวทางการบริหารเศรษฐกิจของนายวิทัยจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนในอนาคต
การตอบรับในเชิงบวกนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนายวิทัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจไทยโดยรวม ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
หมายเหตุ แนวคิดในการทำงาน นโยบายบางส่วน ทีมงานวิเคราะห์จากการทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ในอดีต กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง
ประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงาน
- ชื่อ: วิทัย รัตนากร
- วันเกิด: พ.ศ. 2514 (อายุ 54 ปี)
- ครอบครัว:
- บิดา: นายโสภณ รัตนากร (อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม)
- มารดา: นางศิริลักษณ์ รัตนากร (อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ)
การศึกษา
- ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์การเมือง – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท กฎหมายธุรกิจ – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท การเงิน – Drexel University, สหรัฐอเมริกา
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง:
- วปอ. รุ่นที่ 66
- TEPCoT รุ่นที่ 15
- วตท. รุ่นที่ 28
- นยปส. (นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต)
ประสบการณ์การทำงาน
- ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (2563–2568)
- เลขาธิการ กบข. (2561–2563)
- รักษาการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (2560–2561)
- CFO สายการบินนกแอร์ (2554–2557)
- รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
- กรรมการบริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต, ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์
- ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
- นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ที่มา
ครม. มีมติ ตั้ง “วิทัย รัตนากร ” ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีผล 1 ตุลาคม นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย
