เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย

เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ใครจะเป็นผู้ว่าธปท.คนใหม่? วิเคราะห์ 7 แคนดิเดต ชาย 5-หญิง 2 จากภาครัฐ-เอกชน ที่จะกุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย 5 ปีข้างหน้า

การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีผู้สมัครจำนวน 7 ราย ยื่นใบสมัครภายในกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2568

คณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการ ได้เปิดซองเอกสารการสมัครของผู้สมัครทั้ง 7 ราย พร้อมกัน พบว่าเป็นผู้สมัครชาย 5 คน หญิง 2 คน โดยมีผู้ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ 2 คน ส่วนที่เหลือมีประสบการณ์ในภาคการเงิน ธนาคาร นักวิชาการ และนักธุรกิจ ทั้งนี้มีผู้สมัครเพียง 1 รายที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ส่วนที่เหลืออายุมากกว่า 50 ปี

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์เก๋า ประสบการณ์เต็มตัว

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นับเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีประสบการณ์ครบครันทั้งภาครัฐและเอกชน จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคและเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ปี 2540 

ดร.กอบศักดิ์เริ่มต้นอาชีพที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเวลา 14 ปี มีประสบการณ์ด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ระบบการเงิน นโยบายการเงิน และได้ถูกยืมตัวไปทำงานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตำแหน่งผู้บริหารสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน

ปี 2553 ดร.กอบศักดิ์ตัดสินใจลาออกจากธปท.เพื่อหาประสบการณ์ในภาคเอกชน โดยทำงานที่ธนาคารกรุงเทพในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจการธนาคารต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะเข้าสู่วงการการเมืองในปี 2559 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และต่อมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในปี 2560 ปัจจุบันเป็นกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) จุดแข็งของดร.กอบศักดิ์คือการมีประสบการณ์ครบทุกมิติ ทั้งธปท. ภาคเอกชน และการเมือง

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ เต็งหนึ่งจากตระกูลการเมือง

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ถือเป็นแคนดิเดตที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ทั้งจากประสบการณ์ทำงานที่เต็มเปี่ยมและบารมีจากฟากฝั่งการเมือง เธอเป็นนักเรียนทุนพระราชทานเล่าเรียนหลวง จบปริญญาตรีจาก Harvard University และปริญญาเอกจาก MIT ประเทศสหรัฐอมเริกา

ดร.สุทธาภา มีประสบการณ์ทำงานทั้งในองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเทศสหรัฐอเมริกา สายงานบริหารความเสี่ยงของกลุ่มการเงิน ING ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก่อนจะเป็นรองผู้จัดการใหญ่และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ ล่าสุดเพิ่งลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด 

จุดแข็งของดร.สุทธาภาคือบารมีจากตระกูล "อมรวิวัฒน์" ที่มีบทบาทไม่น้อยในแวดวงการเมือง โดยเฉพาะการมีญาติคือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในโควต้าพรรคเพื่อไทยภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตจากกลุ่มนักวิชาการที่มีประสบการณ์ทำงานในธนาคารพาณิชย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทจาก University of Warwick สหราชอาณาจักร และปริญญาเอกจาก University of Maryland at College Park สหรัฐอเมริกา

ดร.สมประวิณ เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานกลยุทธ์องค์กรของธนาคารไทยพาณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ของธนาคารไทยพาณิชย์ และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ (Chief Economist) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมถึงเป็นรองคณบดีและรองศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์ทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมหภาค การจัดทำแบบจำลองทางเศรษฐกิจรายภาคการผลิต และการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคการออมของครัวเรือนไทยให้กับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้เข้าชิงครั้งที่สอง

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นแคนดิเดตที่คุ้นเคยในแวดวงการเงินการคลัง เนื่องจากเข้าสมัครผู้ว่าการธปท.เป็นครั้งที่ 2 แล้ว เขาเกิดที่จังหวัดแพร่ จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท MBA และปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ การเงินและการพัฒนา จาก Fordham University, New York สหรัฐอเมริกา

ดร.อนุสรณ์ มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายองค์กร ตั้งแต่เครือเจริญโภคภัณฑ์ C.P. (USA) Inc. ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย ธนาคารไทยธนาคาร (ปัจจุบันคือธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย) และเคยก่อตั้งและดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บีที จำกัด (ปัจจุบันคือ CIMB-Principal Asset Management co.) นอกจากนี้ยังมีบทบาทในกิจกรรมสาธารณะหลายด้าน เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี และประธานโครงการปฏิรูปประเทศไทย

นายวิทัย รัตนากร ม้ามืดจากธนาคารออมสิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ถือเป็นม้ามืดในการแข่งขันครั้งนี้ หลังจากที่เคยออกมาปฏิเสธว่าจะไม่ยื่นใบสมัคร แต่กลับยื่นใบสมัครในช่วงบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ก่อนปิดรับสมัครไม่กี่ชั่วโมง

นายวิทัย จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทหลายสาขา ทั้งเศรษฐศาสตร์การเมืองจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กฎหมายธุรกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเงินจาก Drexel University สหรัฐอเมริกา

นายวิทัย เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยผลักดันนโยบาย Social Bank หรือธนาคารเพื่อสังคม และนำธนาคารออมสินเข้าสู่ธุรกิจ Non-Bank อย่างเต็มตัว มีการสนับสนุนแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และผลักดันการเข้าช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ "คุณสู้เราช่วย" และเตรียมดำเนินการนโยบายแฮร์คัตหนี้ที่วางแผนยกหนี้ให้ประชาชนถึง 500,000 คน

ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส คนในระบบ

ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เป็นแคนดิเดตเพียงคนเดียวจากคนใน ที่ทำงานในธปท.มานานกว่า 20 ปี มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านนโยบายการเงิน การกำกับดูแลสถาบันการเงิน และการบริหารองค์กร

ดร.รุ่ง จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เคยเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รองผู้ว่าการด้านบริหาร และผู้ช่วยผู้ว่าการในหลายสายงาน

จุดแข็งของดร.รุ่ง คือความเข้าใจระบบงานธปท.อย่างลึกซึ้ง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน "ภูมิทัศน์ภาคการเงินไทย" ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโครงการ Your Data การจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา และการยกระดับกลไกการค้ำประกันเครดิต รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

นายวิกรานต์ ศุภมงคล นักธุรกิจหน้าใหม่

นายวิกรานต์ ศุภมงคล เป็นแคนดิเดตที่อายุน้อยที่สุด เป็นประธานกรรมการบริษัท ทู แคปปิตอล จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือ เขาเป็นนักธุรกิจและนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีบทบาทในวงการการเงิน การลงทุน และอสังหาริมทรัพย์

นายวิกรานต์ จบการศึกษาจากต่างประเทศ โดยได้อนุปริญญาตรีจาก Windsor Institute of Commerce and Languages ประเทศออสเตรเลีย อนุปริญญาโทจาก Billy Blue Business School คณะบริหารธุรกิจ Master of Art Qualifying Program ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโทจาก Central Queensland University คณะบริหารธุรกิจการจัดการ Master of Art Administration (M.A.A.) ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์ด้านการเมืองในตำแหน่งต่างๆ ทั้งคณะทำงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ปรึกษาและรองโฆษกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาและรองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 2 พรรคพลังประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายวิกรานต์ เคยมีประวัติถูกศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 แต่ต่อมาศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของนายวิกรานต์ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 แล้ว นอกจากนี้ เขายังเป็นหลานน้าของ ศาสตราจารย์ ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขั้นตอนการคัดเลือกและความท้าทายข้างหน้า

คณะกรรมการคัดเลือกจะประชุมครั้งที่ 3/2568 ในวันที่ 20 มิถุนายน เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครและคัดเลือกผู้ที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 24 มิถุนายน จากนั้นจะสรุปผลและเสนอรายชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภายในวันที่ 2 กรกฎาคม ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบ

ผู้ว่าการธปท.คนใหม่จะต้องเผชิญความท้าทายสำคัญหลายประการ ทั้งการบริหารจัดการปัญหาเงินเฟ้อ การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การสนับสนุน SME การพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล และการรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับเสถียรภาพการเงิน

การแข่งขันในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายการเงินของประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ