แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements - REEs) หรือแร่หายาก ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์อนาคต" ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไฮเทค ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแร่ชนิดนี้ รวมถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสหรัฐอเมริกา จึงเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการ SME ไทย โดยเฉพาะในสายงานอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด และการผลิตแม่เหล็กถาวร ไม่ควรมองข้าม

แร่แรร์เอิร์ธคืออะไร? และทำไมจึงสำคัญ?

แร่แรร์เอิร์ธคือกลุ่มของธาตุโลหะ 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์พิเศษ มีความทนทานต่อความร้อนและมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กสูง ทำให้เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงแทบทุกชนิดในปัจจุบัน ได้แก่:

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ชิ้นส่วนในสมาร์ทโฟน โทรทัศน์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์

  • เทคโนโลยีพลังงานสะอาด: แม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูงในกังหันลม (Wind Turbines) และมอเตอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles - EVs)

  • อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: ระบบนำทาง ขีปนาวุธ และอุปกรณ์ทางการทหาร

  • อุตสาหกรรมอื่น ๆ: เครื่องมือแพทย์ ไฟเบอร์ออปติก และตัวเร่งปฏิกิริยา

ด้วยความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ทำให้แร่แรร์เอิร์ธกลายเป็น "อำนาจทางเศรษฐกิจ" และ "ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์" ของประเทศที่ครอบครองหรือสามารถแปรรูปแร่นี้ได้

ประเทศไทยมีแร่แรร์เอิร์ธหรือไม่?

มีข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ และรายงานต่าง ๆ ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแร่แรร์เอิร์ธของโลก โดยเคยถูกจัดอันดับให้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ลำดับต้น ๆ (เช่น อันดับ 5 หรือ 6 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา) แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นแร่ที่อยู่ในรูปแบบแร่หนัก (Heavy Minerals) หรือเป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาศักยภาพการสกัดและแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะการสร้างซัพพลายเชนที่ครบวงจร

นัยยะสำคัญของ MOU ไทย-สหรัฐฯ

การที่ประเทศไทยลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือมีความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในประเด็นที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานแร่หายากและแม่เหล็กถาวร มีนัยยะสำคัญหลายประการ:

  1. การเข้าถึงเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ: สหรัฐฯ กำลังพยายามลดการพึ่งพาจีนในการจัดหาแร่แรร์เอิร์ธ การร่วมมือกับสหรัฐฯ อาจทำให้ไทยเข้าถึง เทคโนโลยีการสกัดและแปรรูปแร่ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงแหล่งเงินทุนและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำ

  2. การกระจายความเสี่ยง (Diversification): ในขณะที่จีนครองตลาดแร่แรร์เอิร์ธเกือบทั้งหมด การเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จะช่วยให้ไทยและพันธมิตรตะวันตกสามารถ กระจายความเสี่ยง ด้านการจัดหาวัตถุดิบที่สำคัญนี้ได้

  3. การยกระดับอุตสาหกรรม SME: สำหรับ SME ไทย การพัฒนาซัพพลายเชนแร่แรร์เอิร์ธในประเทศจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการผลิตชิ้นส่วน แม่เหล็กถาวร และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

  4. ความมั่นคงทางพลังงานและเทคโนโลยี: การมีแหล่งวัตถุดิบและฐานการแปรรูปในประเทศจะช่วยเสริมสร้าง ความมั่นคงทางพลังงานและเทคโนโลยี ของไทยในระยะยาว

การพัฒนาแร่แรร์เอิร์ธจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขุดแร่ แต่เป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอนาคตพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นโอกาสทองของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

10 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนถึงระดับ "Code RED" ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกและเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง

‘พารณ อิศรเสนาฯ’ เสาหลักอุตสาหกรรม ยึดสูตรบริหาร “เลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดี”

‘พารณ อิศรเสนาฯ’ เสาหลักอุตสาหกรรม ยึดสูตรบริหาร “เลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดี”

2 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกร่าง พ.ร.บ.ส.อ.ท. และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยหลัก “คนดีคือหัวใจขององค์กร” พร้อมวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีไทยหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมัน

นายกรัฐมนตรีไทยหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมัน

17 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายกรัฐมนตรีหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ SMEs ไทย โดยเฉพาะในภาคพลังงานสะอาด