
การแสวงหาความหมาย - งานต้องมีจุดประสงค์ (ตอนที่ 7)
8 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
รายงานการสำรวจครั้งใหญ่ที่สุดของ Deloitte Global เกี่ยวกับ
Generation Z และ Millennial ในปี 2025
สารบัญ
ตอนที่ 1 วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง
ตอนที่ 2 การศึกษาในยุคใหม่ เมื่อปริญญาไม่ใช่คำตอบเดียว
ตอนที่ 3 AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม?
ตอนที่ 4 รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน
ตอนที่ 5 ปัญหาสุขภาพจิต - วิกฤตเงียบของคนรุ่นใหม่
ตอนที่ 6 ผู้จัดการยุคใหม่ - เลิกควบคุม เริ่มเป็นโค้ช
ตอนที่ 7 การแสวงหาความหมาย - งานต้องมีจุดประสงค์
ตอนที่ 8 อนาคตการทำงาน - คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร
Gen Z เพียง 6% ที่อยากเป็นผู้นำองค์กร ปฏิวัติความหมายของ "ความสำเร็จ" เป็นการแสวงหาสมดุลชีวิต 44% เคยลาออกจากงานที่ขาดจุดประสงค์ งานเป็นศูนย์กลางอัตลักษณ์รองจากครอบครัว แต่ 1 ใน 4 บอกงานไม่สอดคล้องกับค่านิยมตน
รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน ตอนที่ 7
คนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงนิยามของ "ความสำเร็จ" จากการไต่เต้าสู่ยอดพีระมิดองค์กร เป็นการแสวงหาความหมายและจุดประสงค์ในการทำงาน การสำรวจ Deloitte Global 2025 เผยให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะเสียสละโอกาสทางอาชีพ หรือแม้กระทั่งลาออกจากงาน หากไม่พบความหมายในสิ่งที่ทำ
การปฏิวัติแนวคิดภาวะผู้นำ
-
ความสำเร็จในมุมมองใหม่
สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Gen Z เพียง 6% เท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายหลักในการไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์เรื่อง "ความสำเร็จ" จากการปีนป่ายสู่ยอดพีระมิดองค์กร เป็นการแสวงหาความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาขาดความมุ่งมั่น แต่แสดงให้เห็นการกำหนดนิยามความสำเร็จที่แตกต่างจากรุ่นก่อน
สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Gen Z เพียง 6% เท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายหลักในการไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กรซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์เรื่อง "ความสำเร็จ" จากการปีนป่ายสู่ยอดพีระมิดองค์กร เป็นการแสวงหาความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
-
การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนา
เมื่อถามเกี่ยวกับเหตุผลสำคัญที่สุดในการเลือกนายจ้างปัจจุบัน การเรียนรู้และพัฒนาติดอันดับ 3 รองจาก work/life balance และโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ โดย 70% ของ Gen Z และ 59% ของ Millennial พัฒนาทักษะเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพอย่างน้อยสัปดาหล์ละครั้ง และมากกว่า 2 ใน 3 ของกลุ่ม Gen Z (67%) พัฒนาทักษะนอกเวลาทำงาน
ความหมายของงานในชีวิต
-
งานเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์
งานเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมากกว่า 4 ใน 10 ของ Gen Z (41%) และ Millennial (46%) บอกว่างานหลักเป็นศูนย์กลางของอัตลักษณ์ รองจากเพื่อนและครอบครัวเท่านั้น เนื่องจากงานเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ จึงทำให้หลายคนต้องการงานที่ขับเคลื่อนด้วยจุดประสงค์และสอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว
-
ความสำคัญของจุดประสงค์ที่เพิ่มขึ้น
89% ของ Gen Z และ 92% ของ Millennial ถือว่าจุดประสงค์สำคัญต่อความพึงพอใจและสุขภาวะในการทำงาน เพิ่มขึ้นจาก 86% และ 89% ตามลำดับในปี 2024 การเพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความหมายของงานมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัญหาการไม่สอดคล้องของค่านิยม
สถิติที่น่าวิตก
ประมาณ 1 ใน 4 (25% ของ Gen Z และ 22% ของ Millennial) บอกว่างานปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่านิยมและความเชื่อของพวกเขานี่หมายความว่า 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่กำลังทำงานที่ไม่มีความหมายสำหรับพวกเขา ซึ่งส่งผลต่อความสุขและแรงจูงใจ
ผลกระทบต่อความสุข
เมื่อหางานที่มีความหมายที่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมีความสุขมากขึ้น:
-
Gen Z: 52% ที่พอใจกับการที่ค่านิยมองค์กรสอดคล้องกับตนเองรู้สึกมีความสุข เทียบกับ 31% ที่ไม่พอใจ
-
Millennial: 59% ที่พอใจกับการสอดคล้องค่านิยมรู้สึกมีความสุข เทียบกับ 34% ที่ไม่พอใจ
การกระทำเมื่อไม่พบความหมาย
-
การลาออกเพื่อจุดประสงค์
เมื่อไม่พบความหมาย คนรุ่นใหม่เต็มใจเปลี่ยนแปลง โดย 44% ของ Gen Z และ 45% ของ Millennial เคยลาออกจากงานที่ขาดจุดประสงค์ การตัดสินใจลาออกเพื่อหาความหมายแสดงให้เห็นว่าจุดประสงค์มีความสำคัญมากพอที่จะเสียสละความมั่นคงทางการเงิน
-
การปฏิเสธนายจ้างตามหลักจริยธรรม
41% ของ Gen Z และ 40% ของ Millennial เคยปฏิเสธนายจ้างที่มีศักยภาพตามจริยธรรม/ความเชื่อส่วนตัวนี่แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะเสียโอกาสทางอาชีพเพื่อรักษาความเชื่อและค่านิยมของตนเอง
การจัดลำดับความสำคัญเมื่อไม่สามารถมีทุกอย่างได้
-
กลยุทธ์การประนีประนอม
อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถมีทุกอย่างได้ คนรุ่นใหม่บางครั้งจะจัดลำดับความสำคัญ work/life balance และเงินเดือนที่สูงขึ้น ซึ่งให้เวลาและทรัพยากรในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการเห็นในโลกนอกเวลาทำงาน นี่แสดงให้เห็นความยืดหยุ่นและความเป็นจริงของคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่าการหาความหมายสามารถทำได้หลายวิธี
-
การสร้างการเปลี่ยนแปลงนอกงาน
หลายคนเลือกที่จะทำงานที่ให้ค่าตอบแทนดีและ work/life balance ที่เหมาะสม แล้วใช้เวลาและทรัพยากรที่ได้นั้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมในเวลาส่วนตัว
ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม - ส่วนหนึ่งของการแสวงหาความหมาย
ความวิตกกังวลต่อเนื่อง
สิ่งแวดล้อมยังคงเป็นแหล่งความวิตกกังวลสำคัญ โดย 2 ใน 3 (65% ของ Gen Z และ 63% ของ Millennial) รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในเดือนที่ผ่านมาเพียง 24% ของ Gen Z และ 29% ของ Millennial ไม่ประสบเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมกระทบต่อพวกเขาโดยตรง
การกระทำของผู้บริโภคที่สอดคล้องกับค่านิยม
ความกังวลนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค:
-
65% ของ Gen Z และ 63% ของ Millennial เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มสำหรับผลิตภัณฑ์/บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-
17% ของ Gen Z และ 19% ของ Millennial ซื้อรถไฟฟ้าหรือไฮบริดแล้ว และเกือบครึ่งหนึ่งวางแผนซื้อในอนาคต
-
26% ของ Gen Z และ 27% ของ Millennial ปรับปรุงบ้านให้ยั่งยืนขึ้น
ความแตกต่างมุมมองระหว่างรุ่น
สิ่งที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่างมุมมองของผู้บริหารกับคนรุ่นใหม่ ตามรายงาน Deloitte Global CxO Sustainability:
-
ผู้บริหาร: 92% มองโลกในแง่บวกเรื่องการดำเนินการเพื่อสิ่งแวดล้อม
-
คนรุ่นใหม่: เกือบครึ่งหนึ่งของ Gen Z (50%) และ Millennial (47%) มองโลกในแง่ลบ
ความคาดหวังต่อธุรกิจ
คนรุ่นใหม่ต้องการให้ธุรกิจทำมากกว่านี้ เพียงครึ่งหนึ่งเล็กน้อยเชื่อว่าบริษัทขนาดใหญ่ดำเนินการเพียงพอเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม โดย 80% เชื่อว่าธุรกิจสามารถและควรทำเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น
แนวทางสำหรับองค์กร
-
การสื่อสารจุดประสงค์อย่างชัดเจน
องค์กรต้องสามารถชี้แจงและสื่อสารจุดประสงค์ขององค์กรอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่การทำกำไร แต่รวมถึงการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
-
การเชื่อมโยงงานส่วนตัวกับจุดประสงค์ใหญ่
ผู้จัดการต้องสามารถเชื่อมโยงงานของแต่ละคนกับจุดประสงค์ใหญ่ขององค์กร ทำให้คนรู้สึกว่างานของตนมีความหมายและส่งผลต่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
-
การใช้ Hyper-personalization
การเข้าใจแรงจูงใจระดับบุคคลและใช้ hyper-personalization ในการจัดการคน เนื่องจากความหมายของงานอาจแตกต่างกันสำหรับแต่ละคน
-
การยอมรับความหลากหลาย
องค์กรต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนต้องหาความหมายจากงาน บางคนต้องการทรัพยากรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงนอกงาน และนั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเช่นกัน การแสวงหาความหมายและจุดประสงค์ของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในวิธีการมองงานและชีวิต องค์กรที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการนี้ได้จะสามารถดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้ในยุคที่คนมีทางเลือกมากขึ้น
ข้อมูลจาก Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 23,482 คน จาก 44 ประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม - 24 ธันวาคม 2024
ตอนหน้า: "อนาคตการทำงาน: คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร"
