
ดีล CP Axtra–The Food Purveyor: ทางด่วนใหม่ของสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซีย
4 มีนาคม 2569
พลีธรรม ตริยะเกษม / บรรณาธิการ
สรุปประเด็น
-
ดีล CP Axtra ซื้อ The Food Purveyor คือการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานการค้าใหม่” พาสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซียและอาเซียน
-
เครือ CP กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิต มาเป็นเจ้าของ “แพลตฟอร์มค้าปลีกภูมิภาค” ที่ SME ไทยใช้ต่อยอดสู่หลายประเทศได้
-
SME ไทยต้องยกระดับมาตรฐาน พร้อมโมเดิร์นเทรด เลือกสินค้าเรือธง และใช้ช่องทางลงทะเบียน–โครงการของ Makro–Lotus’s–CP Axtra ให้เป็น
-
มาตรฐานความยั่งยืนและ ESG กำลังกลายเป็นเกณฑ์คัดกรองหลักในซัพพลายเชน ไม่ใช่แค่จุดขายเสริมสำหรับสินค้าที่จะเข้าห้างพรีเมียม
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง Village Grocer | Ben’s Independent Grocer | CP Axtra ซัพพลายเออร์
เมื่อ CP Axtra ในเครือซีพี ทุ่มเงินกว่า 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อเครือซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม The Food Purveyor ในมาเลเซีย ดีลนี้อาจถูกมองในมุมการขยายอาณาจักรค้าปลีกของทุนไทย แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก มันคือ “แพลตฟอร์มสินค้าไทยสู่อาเซียน ” ที่อาจกลายเป็นทางด่วนพาสินค้าไทยขึ้นชั้นวางห้างระดับบนหากเตรียมตัวทันและถูกจุด
ดีล 420 ล้านดอลลาร์: สนามใหม่ของทุนไทย–สินค้าไทย
CP Axtra ซึ่งดำเนินธุรกิจ Makro และ Lotus’s ทั่วไทยและต่างประเทศ เตรียมเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor ผู้ดำเนินซูเปอร์มาร์เก็ต 50 สาขาในมาเลเซีย ภายใต้แบรนด์อย่าง Village Grocer, B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant โดยคาดว่าดีลจะปิดในไตรมาส 4 ปีนี้ ภายใต้เงื่อนไขอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
ในแง่ธุรกิจ ดีลนี้ต่อยอดจากแผนลงทุนราว 18,000 ล้านบาทของ CP Axtra ที่ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 110 แห่งทั้งในไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งฐานค้าส่ง–ค้าปลีกในอาเซียน
การเข้าถือ The Food Purveyor ซึ่งเน้นตลาดพรีเมียมในมาเลเซีย จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการ “อัปเกรดพอร์ตเซ็กเมนต์ลูกค้า” ของ CP Axtra จากเดิมที่สาขาในมาเลเซียเน้นกลุ่มกลาง–ล่าง เป็นการขยับขึ้นไปจับกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงมากขึ้น
The Food Purveyor: ประตูสู่ตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
The Food Purveyor วางตัวเป็นผู้เล่นในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตระดับกลางบน–บนในมาเลเซีย ผ่านแบรนด์อย่าง Village Grocer และ Ben’s Independent Grocer (B.I.G.) ที่เน้นสินค้านำเข้า ออร์แกนิก กูร์เมต์ และสินค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งสะท้อนฐานลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ชอปปิงมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว
สำหรับสินค้าไทย นี่คือ “ช่องทาง” ที่แตกต่างจากโมเดิร์นเทรดแมสทั่วไป เพราะเปิดพื้นที่ให้สินค้าที่เล่นเกมคุณค่ามากกว่าราคา เช่น อาหารแปรรูปคุณภาพสูง สแน็กเพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิก หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเรื่องเล่าแบบไทย หากตอบโจทย์มาตรฐานและรูปแบบที่ผู้บริโภคมาเลเซียคุ้นเคย (ภาษา ฮาลาล บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ)
เมื่อเครือข่าย CP กลายเป็นแพลตฟอร์มภูมิภาค
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เครือ CP เดินเกมจาก “ผู้ผลิต” ไปสู่ “เจ้าของแพลตฟอร์ม” ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่การซื้อธุรกิจ Tesco ในไทย–มาเลเซีย ไปจนถึงการจัดพอร์ตค้าปลีกใหม่ในนาม CP Axtra เพื่อให้สามารถขยายไปต่างประเทศได้เร็วขึ้น
ในมุมโครงสร้างการค้า ความเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่า ผู้ประกอบการไทยที่เคยต้องต่อรองกับห้างต่างชาติทีละราย ในแต่ละประเทศ กำลังมีอีกตัวเลือกหนึ่ง คือการใช้เครือข่ายค้าปลีกของกลุ่มทุนไทยที่ขยายฐานออกไปเป็น “แพลตฟอร์มภูมิภาค” แทน
หาก CP Axtra ใช้โมเดลจัดซื้อแบบภูมิภาค (Regional Sourcing) มากขึ้น การได้เข้าเป็นซัพพลายเออร์ในไทย อาจกลายเป็นจุดตั้งต้นสู่ตลาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์ภายในโครงข่ายเดียวกัน ทำให้ SME ไทยมีโอกาสสเกลออกนอกประเทศโดยอาศัยโครงสร้างที่ซีพีวางไว้แล้ว
SME ไทยต้องทำอะไร ถ้าอยากขึ้นชั้นวาง The Food Purveyor
คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่แค่ว่า “ซีพีได้อะไรจากดีลนี้” แต่คือ “เราต้องปรับตัวอย่างไร หากอยากเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนเดียวกัน”
หนึ่ง การ “พร้อมเข้าโมเดิร์นเทรด” ต้องเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง
SME ที่อยากเข้าเครือข่ายอย่าง CP Axtra–The Food Purveyor ต้องมีมาตรฐานพื้นฐานครบ ทั้งความปลอดภัยอาหาร แทรซซาบิลิตี เอกสารรับรอง (อย. ฮาลาล ฯลฯ) รวมถึงระบบการผลิตและโลจิสติกส์ที่รองรับคำสั่งซื้อจำนวนมากและต่อเนื่องได้จริง ไม่ใช่ผลิตได้เพียง “ล็อตทดลอง”
สอง การใช้ “ประตูทางการ” ให้เป็น
CP Axtra และเครือในกลุ่ม Makro–Lotus’s เริ่มมีแพลตฟอร์มลงทะเบียนซัพพลายเออร์และ SME แบบออนไลน์ ตลอดจนโครงการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับเครือข่ายห้าง การเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลและกิจกรรมเหล่านี้ ช่วยให้ SME อยู่ใน “เรดาร์” ของทีมจัดซื้อ เมื่อเครือข่ายในต่างประเทศต้องการหาสินค้าใหม่จากไทย ลงทะเบียนที่นี่ supplier-registration.cpaxtra.co.th
สาม เลือก “สินค้าเรือธง” แทนการยกทั้งโรงงานไปเสนอ
ตลาดพรีเมียมอย่าง The Food Purveyor ต้องการสินค้าที่มีเรื่องเล่า มีภาพลักษณ์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม มากกว่าการเน้นราคาถูก ผู้ประกอบการไทยจึงควรคัดเลือกสินค้าที่พร้อมด้านคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ และแบรนด์ออกมาเป็น “ตัวแทน” แทนการเสนอทุก SKU ที่มีในมือ
มาตรฐาน–ความยั่งยืน: จากต้นทุนกลายเป็นแต้มต่อ
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญในซัพพลายเชนของกลุ่มใหญ่คือ “ความยั่งยืน” เครือ CP และบริษัทในเครืออย่าง CPF เดินหน้าชวนซัพพลายเออร์และ SME ร่วมลดคาร์บอนและปรับมาตรฐานการผลิตให้เข้ากับข้อกำกับด้าน ESG ของตลาดโลกมากขึ้น
สำหรับ SME ไทย การลงทุนในระบบผลิตที่ตรวจสอบได้ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน อาจดูเป็นภาระในระยะสั้น แต่ในมุมของผู้ซื้อรายใหญ่และห้างพรีเมียมต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็น “เกณฑ์คัดกรอง” แทนที่จะเป็นแค่จุดขายเสริม และเป็นแต้มต่อสำคัญในการถูกเลือกเป็นคู่ค้าระยะยาว
คิดแบบภูมิภาค ตั้งแต่วันแรก
ดีล CP Axtra–The Food Purveyor เป็นสัญญาณชัดว่า เครือข่ายค้าปลีกของซีพีกำลังออกแบบให้เล่นในระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว เมื่อแผนการขยายสาขาไปยังฟิลิปปินส์และประเทศอื่น ๆ เดินหน้าต่อ ผู้ประกอบการที่เข้าเครือข่ายนี้ได้ อาจมีโอกาสต่อยอดสินค้าไปยังหลายตลาดในอาเซียนภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน
ในบริบทที่ซัพพลายเชนโลกกำลังเปลี่ยนตามภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการการค้า การมีแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่เชื่อมจากฐานการผลิตในไทยไปยังหน้าร้านในหลายประเทศ คือ “อำนาจต่อรองใหม่” ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ได้ หากเตรียมพื้นฐานให้พร้อม
จากข่าวดีลของทุนใหญ่ สู่การบ้านของผู้ประกอบการไทย
เมื่อมองจากมุมนี้ ดีล 420 ล้านดอลลาร์ของ CP Axtra–The Food Purveyor จึงไม่ใช่แค่ข่าวการขยายอาณาจักรของตระกูลมหาเศรษฐี แต่เป็น “บททดสอบ” ว่าเกษตรกรและ SME ไทยพร้อมแค่ไหนที่จะใช้โครงข่ายค้าปลีกของทุนไทยที่ไปไกลถึงต่างประเทศ เป็นสะพานพาสินค้าของตัวเองออกสู่ภูมิภาค
คำถามสำหรับผู้ประกอบการไทยอาจต้องเปลี่ยนจาก “จะเข้าเชนใหญ่ได้หรือไม่” เป็น “วันนี้ธุรกิจของเราอยู่ห่างจากมาตรฐานที่เชนใหญ่ต้องการแค่ไหน และจะอุดช่องว่างนั้นอย่างไร” เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าใหม่ถูกปูไว้โดยกลุ่มทุนแล้ว คนที่เตรียมตัวทัน ย่อมมีโอกาสขึ้นรถไฟขบวนนี้ก่อนคนอื่นเสมอ
กรณีศึกษา Don Don Donki: เมื่อห้างญี่ปุ่นกลายเป็น “ท่อส่งสินค้า” ออกนอกประเทศ
กรณีของ Don Quijote หรือ Don Don Donki คือภาพชัดของการใช้เชนค้าปลีกเป็น “หัวรถจักร” พาสินค้าญี่ปุ่นออกไปหาผู้บริโภคต่างประเทศ แทนที่จะรอให้แต่ละแบรนด์ออกไปเปิดตลาดเองทีละราย
หัวใจคือ Don Don Donki ไม่ได้ขายแค่ “ของญี่ปุ่น” แต่ขายประสบการณ์ญี่ปุ่นครบแพ็กเกจ ตั้งแต่การจัดร้านแน่น ๆ สีสันจัดจ้าน เปิดดึก–24 ชั่วโมง ไปจนถึงการจัดสินค้าแบบ “ขุดหา” และการคัดสินค้าที่สะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร ขนม เครื่องสำอาง ของใช้ และสินค้าแบรนด์ในเครือเอง
เครือข่ายร้านเหล่านี้เป็น “ท่อส่ง” สินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ผลิตญี่ปุ่นรายใหญ่–รายเล็กสู่ตลาดปลายทาง ร้านทำหน้าที่ทั้งสร้างดีมานด์ผ่านประสบการณ์หน้าร้าน และเป็นช่องทางป้อนคำสั่งซื้อต่อเนื่องกลับไปยังโรงงานในญี่ปุ่น
สำหรับมุมมองต่อดีล CP Axtra–The Food Purveyor บทเรียนจาก Don Don Donki ชี้ให้เห็นอย่างน้อยสามประเด็นสำคัญคือ หนึ่ง เชนค้าปลีกที่แข็งแรงสามารถทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์มผลักดันสินค้าในประเทศต้นทาง” (ญี่ปุ่นในกรณี Donki ไทยในกรณี CP) สอง การสร้างแบรนด์ห้างให้ผูกกับภาพจำของประเทศต้นทาง (ญี่ปุ่น–คุณภาพ–ความสนุก / ไทย–อาหาร–เกษตร–ไลฟ์สไตล์) ช่วยเปิดพื้นที่ให้สินค้าในประเทศเดียวกันขายตามขึ้นไป และสาม การจัดการซัพพลายเชนแบบศูนย์กลาง–ภูมิภาค ทำให้ผู้ผลิตในประเทศต้นทางสามารถเข้าถึงผู้บริโภคหลายประเทศผ่านเครือข่ายเดียว
ในบริบทนี้ หาก CP Axtra เลือกใช้บทบาทของตนเองแบบเดียวกับ PPIH คือทำให้เครือข่าย Makro–Lotus’s–The Food Purveyor กลายเป็น “จุดหมายปลายทางของสินค้าไทย” ในอาเซียนจริงจังมากขึ้น ดีลในมาเลเซียครั้งนี้ก็อาจทำหน้าที่คล้ายกับ Don Don Donki ที่เป็น “สะพาน” พาสินค้าญี่ปุ่นออกทั่วโลก
เกี่ยวกับ CP Axtra
CP Axtra Public Company Limited เป็นผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์ Makro และค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Lotus’s ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัทมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มค้าส่ง–ค้าปลีกแบบผสานช่องทาง (B2B และ B2C) ในระดับภูมิภาค โดยให้บริการสินค้าสด สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าไม่ใช่อาหารแก่ลูกค้ารายย่อยและกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง)
เว็บไซต์องค์กร: cpaxtra.com
เกี่ยวกับ The Food Purveyor
The Food Purveyor Sdn. Bhd. เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย มุ่งเป้าลูกค้าระดับกลางถึงบน ด้วยการนำเสนอสินค้าคัดสรร ทั้งผักผลไม้สด อาหารกูร์เมต์ สินค้านำเข้า สินค้าออร์แกนิก และวัตถุดิบเฉพาะทาง บริษัทดำเนินร้านภายใต้หลายแบรนด์ อาทิ Village Grocer และ Ben’s Independent Grocer (B.I.G.) โดยเน้นทำเลเมืองและพื้นที่พาณิชย์ระดับบน พร้อมกลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้านคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ชอปปิง
เว็บไซต์องค์กร: thefoodpurveyor.com
แหล่งข่าว: Forbes, “Thai Billionaire Dhanin Chearavanont’s CP Axtra To Buy Malaysian Grocery Chain For $420 Million” (3 มีนาคม 2026)





